Unit 9 — Project Monitoring & Control

1. Project Control Process — กระบวนการพื้นฐาน 4 ขั้น

การควบคุมคุณภาพของโครงการ = กระบวนการจัดการกับปัญหาที่เกิดระหว่างดำเนินโครงการ เพื่อให้โครงการดำเนินได้ตามแผนทั้งด้าน คุณภาพ เวลา และต้นทุน

  1. กำหนดแผนงานที่ใช้เป็นฐาน (Baseline)
  2. วัดความก้าวหน้า ของงานที่ทำได้ขณะดำเนินโครงการ ทั้งแบบทางการและไม่เป็นทางการ
  3. ประเมินผลงานที่ทำได้เทียบกับแผนงานฐาน เพื่อตรวจว่ามีการเบี่ยงเบนหรือไม่
  4. แก้ไข ในกรณีที่พบสิ่งที่ต้องปรับปรุง เพื่อให้โครงการกลับมาอยู่ในแผน
Baseline (แผนงานฐาน) แผนงานที่ทำจริง เปรียบเทียบ เบี่ยงเบน? แก้ไข
หัวใจของการควบคุม: เอาของจริงไปเทียบกับ Baseline

QA vs QC

Quality Assurance (QA)Quality Control (QC)
การกระทำที่ วางแผนล่วงหน้าอย่างมีระบบ เพื่อให้มั่นใจว่าผลิตภัณฑ์/บริการจะตอบสนองความต้องการด้านคุณภาพตามที่ตกลง สร้างความมั่นใจให้ลูกค้า การ ตรวจสอบ สินค้าและบริการให้เป็นไปตามมาตรฐาน ถูกต้องตรงตามแผนทั้งด้าน Quality และ Quantity
เน้นกิจกรรม การวางแผนและระบบงาน เพื่อให้เชื่อมั่นว่าผลลัพธ์จะมีคุณภาพ เน้น เทคนิค การปฏิบัติ และกิจกรรม ที่ทำให้ผลลัพธ์มีคุณภาพ
ลำดับการซ้อนกัน: QC เป็นส่วนหนึ่งของ QA → QA เป็นส่วนหนึ่งของ QMS (ระบบบริหารคุณภาพ) → QMS เป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการบริหารธุรกิจ ที่มีเป้าหมายเดียวคือ ความพึงพอใจของลูกค้า

2. Project Baseline — 3 ด้าน

Project baseline คือ metric ที่วัดว่าโครงการก้าวหน้าไปแค่ไหน เป็น แผนความก้าวหน้าที่ได้รับการอนุมัติ ใช้เป็น benchmark ของโครงการ และเรียกอีกชื่อว่า performance measurement baselines

Baselineคุมโฟกัสที่
Project Schedule BaselineTimeเฝ้าดู critical path หรือ milestones
Project Scope BaselineScopeproject scope statement, WBS และ WBS Dictionary
Project Cost BaselineCostทรัพยากรที่โครงการต้องใช้ เช่น manpower, money, direct และ indirect costs

3. Earned Value Analysis (EVA)

EVA = เทคนิคการควบคุมงบประมาณโครงการ ด้วยการวัดผลการดำเนินงาน ความก้าวหน้า หรือปริมาณงานที่ดำเนินการไปแล้วจริง — กล่าวคือเป็นเทคนิค เปรียบเทียบระหว่างผลการดำเนินงานจริงกับแผนงานที่วางไว้ ช่วยคำนวณดัชนีผลการดำเนินงานที่สัมพันธ์กับ ต้นทุน และ ตารางเวลา

ตัวแปรทั้งหมดที่ต้องรู้

ตัวย่อนิยามความหมาย
PVPlanned Valueต้นทุนประมาณการของงานตามแผนเวลา — ณ ปัจจุบัน มูลค่างานที่วางแผนจะทำ คือเท่าไหร่ (BCWS)
EVEarned Valueต้นทุนประมาณการของผลงานที่ดำเนินการ — ณ ปัจจุบัน มูลค่างานที่ทำสำเร็จจริง คือเท่าไหร่ (BCWP)
ACActual Costต้นทุนที่เกิดขึ้นจริง สำหรับงานที่ทำเสร็จแล้ว (ACWP)
SVSchedule Varianceความเบี่ยงเบนจากตารางเวลา
CVCost Varianceความเบี่ยงเบนด้านต้นทุน
SPISchedule Performance Indexดัชนีประสิทธิภาพการดำเนินงานตามตารางเวลา
CPICost Performance Indexดัชนีประสิทธิภาพการใช้จ่าย
BACBudget at Completionงบประมาณทั้งหมดที่ต้องใช้ให้โครงการเสร็จ (= The Cost Baseline)
EACEstimate at Completionต้นทุนที่ คาดการณ์ ว่าต้องใช้เพื่อให้โครงการเสร็จสิ้น
ETCEstimate to Completeจากจุดนี้ไป คาดว่าจะมีค่าใช้จ่าย เพิ่มอีกเท่าไหร่ จึงจะเสร็จ
VACVariance at Completionณ ปัจจุบัน คาดว่างบจะ ต่ำกว่าหรือเกิน ที่ตั้งไว้เมื่อสิ้นสุดโครงการ
ชื่อเก่า 3 ตัวหลัก: BCWS = PV, BCWP = EV, ACWP = AC

สูตรทั้ง 4

SV  = EV - PV
CV  = EV - AC
SPI = EV / PV
CPI = EV / AC
จำง่าย: ทุกสูตรเริ่มด้วย EV — ตัว Variance ใช้ ลบ, ตัว Index ใช้ หาร / คู่กับ Schedule ใช้ PV, คู่กับ Cost ใช้ AC
ค่า= 0 หรือ = 1ลบ หรือ < 1บวก หรือ > 1
SVงานเป็นไปตามแผนมูลค่าที่ได้รับ น้อยกว่า แผน = งานล่าช้ามูลค่าที่ได้รับ มากกว่า แผน = เร็วกว่ากำหนด
CVมูลค่าที่ได้รับ = ต้นทุนที่ใช้ไปมูลค่าที่ได้รับ น้อยกว่า ต้นทุน = จ่ายเกินมูลค่าที่ได้รับ มากกว่า ต้นทุน
SPIเสร็จตามแผนช้ากว่า ที่กำหนดเร็วกว่า ที่กำหนด
CPIต้นทุนเป็นไปตามแผนมูลค่าที่ได้รับ น้อยกว่า ต้นทุนที่ใช้ไปมูลค่าที่ได้รับ มากกว่า ต้นทุนที่ใช้ไป

ตัวอย่างจากสไลด์ (เดือนเมษายน)

PV = 35 ล้านบาท, EV = 25 ล้านบาท, AC = 40 ล้านบาท

SV = EV - PV = 25 - 35 = -10   →  ล่าช้ากว่าแผน 10 ล้านบาท
CV = EV - AC = 25 - 40 = -15   →  ใช้เงินเกินมูลค่าที่ได้รับจริง 15 ล้าน

EVA Chart

40 30 20 10 ล้านบาท ม.ค. ก.พ. มี.ค. เม.ย. PV = 35 AC = 40 EV = 25 SV = -10 CV = -15 EV ต่ำกว่าทั้ง PV และ AC = ทั้งช้าและเปลืองในเวลาเดียวกัน
กราฟ EVA — เส้น PV (แผน), AC (จ่ายจริง), EV (มูลค่างานที่ทำได้)

อ่านค่า CPI กับ SPI คู่กัน — 4 สถานการณ์

สถานการณ์แปลว่าควรทำ
CPI > 1 และ SPI > 1 บริหารจัดการที่ดี ทำงานเร็วกว่ากำหนด และคุมต้นทุนให้น้อยกว่ามูลค่าที่ได้รับจริง ให้รางวัลแก่พนักงาน/ทีมงาน
CPI > 1 แต่ SPI < 1 ใช้ต้นทุนมีประสิทธิภาพ แต่งานล่าช้ากว่าแผน เพิ่มทรัพยากร (คน เครื่องจักร) / ทำงานล่วงเวลา / ติดตามสถานะการดำเนินงาน
CPI < 1 แต่ SPI > 1 ทำงานเสร็จไวกว่าแผน แต่ต้นทุนเกินกว่ามูลค่างานที่ได้รับจริง ลดจำนวนคน / ตรวจสอบค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้น / วางแผนการใช้ทรัพยากร
CPI < 1 และ SPI < 1 เผชิญปัญหาในการบริหารจัดการ ทั้งช้าและใช้เงินเกิน หาสาเหตุทันทีและแก้ไข / ติดต่อ stakeholders ขอเพิ่มงบและขยายเวลา / จัดลำดับความสำคัญของงาน / เพิ่มประสิทธิภาพทีมงาน / ใช้ซอฟต์แวร์ช่วยบริหารและคุมงบ

โจทย์ฝึก (Activity 1 จากสไลด์)

PM กำหนดงบประมาณโครงการ 40 ล้านบาท ระยะเวลา 4 เดือน
ผ่านไป 2 เดือน งานคืบหน้า 75% ค่าใช้จ่ายที่ใช้ไปแล้ว 33 ล้านบาท

PV = 40 × (2/4)   = 20 ล้าน
EV = 40 × 75%     = 30 ล้าน
AC                = 33 ล้าน

SV  = EV - PV = 30 - 20 = +10   →  เร็วกว่าแผน
CV  = EV - AC = 30 - 33 = -3    →  จ่ายเกินมูลค่างาน
SPI = EV / PV = 30 / 20 = 1.5   →  > 1 เร็วกว่าแผน
CPI = EV / AC = 30 / 33 = 0.91  →  < 1 ต้นทุนเกิน

สถานะ: CPI < 1 แต่ SPI > 1
ข้อเสนอแนะ: ลดจำนวนคน ตรวจสอบค่าใช้จ่าย วางแผนการใช้ทรัพยากรใหม่

4. Project Communication

การสื่อสาร คือการเชื่อมทุกสิ่งในการดำเนินโครงการเข้าหากัน ทำให้โครงการมีประสิทธิภาพ หากระบบสื่อสารไม่ดี จะนำมาซึ่ง ความขัดแย้งในการทำงาน และ ความผิดพลาดของแผนงาน

สิ่งที่ควรพิจารณาเพื่อการสื่อสารอย่างมีประสิทธิภาพ 4 ข้อ

  1. ใคร ควรได้รับข่าวสารข้อมูล
  2. ข่าวสารข้อมูล สำหรับบุคคลนั้น คืออะไร
  3. ปริมาณและรายละเอียด ของข่าวสารควรอยู่ในระดับใด
  4. ช่วงเวลาและความถี่ ในการรับรู้ข่าวสารมากน้อยเพียงใด
Project Communication Plan มักใช้ในโครงการขนาดใหญ่ที่มี Stakeholders จำนวนมาก — โครงการเล็กๆ มักให้เฉพาะข้อมูลติดต่อหรือช่องทางติดต่อสำหรับทีมงานเท่านั้น

ช่องทางสื่อสาร: โทรศัพท์, VDO Conference, Messenger Apps, PM Software, Email, Face-to-Face
เกณฑ์เลือกช่องทาง: ทางการ/ไม่เป็นทางการ, เร่งด่วน/ไม่เร่งด่วน, แบบกลุ่ม/แบบส่วนตัว

เอกสารโครงการแยกตามเฟส

เฟสเอกสาร
InitiationProject List, Feasibility Studies, Selected Project
PlanningSOW, TOR/Project Proposal, Contract, WBS, CBS, Action Plan, Gantt Chart, CPM/PERT, Milestone Schedule, Organization Structure, Communication Plan → รวมเป็น Project Plan
ExecutionTracking Log, Meeting Record, Meeting Note, Project Status Report, Progress Report
Monitoring & ControlChange Request, Change Record
ClosureUser Manual, Final Report

หัวข้อใน Project Status Report: Project Details, Overall Project Status, Risks & Issues, Help Needed, Forecast, Comments
บันทึกการประชุมเรียกว่า Minutes of Meeting (MoM)

5. Agile Monitoring & Control

การควบคุมแบบดั้งเดิม (EVA, Baseline) ตั้งอยู่บนสมมติฐานว่า "ขอบเขตงานคงที่" แต่โครงการแบบ Agile/Scrum ถูกออกแบบให้ขอบเขตเปลี่ยนแปลงได้ตลอด ดังนั้นการควบคุมจึงต้อง วัดจากสิ่งที่ส่งมอบได้จริงในแต่ละรอบแทน

Traditional ControlAgile Control
ขอบเขตงานถูกกำหนด/ล็อกไว้ตั้งแต่ต้นขอบเขตปรับได้ทุก Sprint ตาม Backlog
วัดผลจาก cost/schedule baselineวัดผลจาก Increment ที่ส่งมอบได้จริง
รอบรายงานเป็นรายสัปดาห์/รายเดือนรอบรายงานเป็นรายวัน (Standup) / ราย Sprint
การเปลี่ยนแปลงต้องผ่าน Change Control อย่างเป็นทางการการเปลี่ยนแปลงเป็นเรื่องปกติ จัดการผ่าน Backlog Reprioritization

Burndown Chart

กราฟแสดง "งานที่เหลือ" (Story Points) ในแต่ละวันของ Sprint เทียบกับแผน — แกน X = วันใน Sprint, แกน Y = Story points ที่เหลือ

50 38 25 13 0 D0 D1 D2 D3 D4 D5 D6 D7 D8 D9 D10 Ideal Line Actual Actual อยู่เหนือ Ideal = ช้ากว่าแผน (D0-D5) หลัง D5 ชันลง = ไล่ทันแผน
Burndown Chart จากข้อมูลโจทย์: 50, 48, 46, 44, 40, 38, 30, 22, 14, 6, 0
สิ่งที่เห็นแปลว่า
Actual อยู่ เหนือ Ideal Lineทีมทำงาน ช้ากว่าแผน
Actual อยู่ ใต้ Ideal Lineทีมทำงาน เร็วกว่าแผน
เส้นราบ ไม่ลดทีม ติดขัด (Blocker) ต้องตรวจสอบทันที

Burnup Chart

กราฟแสดง "งานที่เสร็จสะสม" เทียบกับขอบเขตรวม มี 2 เส้น: Total Scope (เปลี่ยนแปลงได้) และ Completed Work (เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ)

Total Scope Completed scope เพิ่ม = Scope Creep Burnup เห็น scope creep ชัด — Burndown จะดูเหมือนงานไม่ลด แต่ไม่บอกสาเหตุ Story Points
Burnup Chart — เส้น Total Scope ขยับขึ้นแปลว่ามีงานถูกเพิ่มเข้าโครงการ

Velocity Tracking

Velocity = อัตราเฉลี่ยของ Story Points ที่ทีม "ทำเสร็จสมบูรณ์" ต่อ 1 Sprint ใช้คำนวณว่า Backlog ที่เหลือจะเสร็จเมื่อไหร่

Velocity = ผลรวม Story Points ที่เสร็จ / จำนวน Sprint

ตัวอย่าง

Sprint ที่ผ่านมา: 18, 22, 20, 25, 21
Velocity = (18+22+20+25+21)/5 = 106/5 = 21.2 SP/Sprint

ถ้า Backlog เหลือ 106 Story points และ Velocity เฉลี่ย 21 SP/Sprint
พยากรณ์: โครงการจะใช้เวลาอีกประมาณ 5 Sprints จึงจะเสร็จ

Sprint Review vs Sprint Retrospective

ประเด็นSprint ReviewSprint Retrospective
โฟกัสผลลัพธ์ของงาน (Product Increment)กระบวนการทำงานของทีม (Process)
ผู้เข้าร่วมทีมพัฒนา + Product Owner + Stakeholdersทีมพัฒนาเท่านั้น (Internal)
คำถามหลัก"เราสร้างสิ่งที่ถูกต้องหรือไม่?""เราทำงานได้ดีแค่ไหน จะปรับปรุงอย่างไร?"
ผลลัพธ์ปรับปรุง Product Backlog ตาม FeedbackAction Item เพื่อปรับปรุงใน Sprint ถัดไป
บทบาทในการควบคุมตรวจสอบว่า output ตรงกับความต้องการจริงควบคุมคุณภาพและวิธีการทำงานของทีมเอง

Traditional Control vs Agile Control — ตารางสรุป

ประเด็นTraditional (EVA-based)Agile (Burndown-based)
พื้นฐานการวัดCost/Schedule baseline คงที่Sprint Backlog ที่ปรับได้ทุกรอบ
ตัวชี้วัดหลักSPI, CPI, EAC, VACBurndown, Burnup, Velocity
รอบการรายงานรายสัปดาห์/รายเดือนรายวัน (Standup)/ราย Sprint
การจัดการ Scope ที่เปลี่ยนผ่าน Formal Change ControlPrioritize ใน Product Backlog
เครื่องมือหลักStatus Report, S-curve, DashboardSprint Board, Burndown Chart
โครงการที่เหมาะสมขอบเขตชัดเจน (Fixed price/Waterfall)ความต้องการเปลี่ยนบ่อย (Agile/Scrum)