Unit 8 — Project Cost Planning

Project Cost Management = กระบวนการติดตามและควบคุมต้นทุน (Cost Control) ที่เกี่ยวข้องกับโครงการ เกิดจากการตรวจสอบปัจจัยต่างๆ ที่ทำให้ต้นทุนของงานเพิ่มขึ้น และหลีกเลี่ยงปัญหานั้น — สำคัญต่อความสำเร็จของโครงการ เพราะ ต้นทุนที่เพิ่มขึ้นส่งผลให้กำไรลดลง

1. 4 Processes of Cost Management

1 Resource Planning ใช้ทรัพยากรประเภทใด ปริมาณเท่าใด 2 Cost Estimating ประมาณต้นทุนจาก ทรัพยากรทั้งหมด 3 Cost Budgeting จัดสรรต้นทุนรวมไปยัง กิจกรรมย่อยทุกกิจกรรม 4 Cost Control ควบคุมการเปลี่ยนแปลง ปรับปรุง Cost baseline พบส่วนต่าง จึงกลับไปปรับงบประมาณ
4 กระบวนการบริหารต้นทุนโครงการ

1) Resource Planning — การวางแผนทรัพยากร

2. Cost Estimating — การประมาณการต้นทุน

ประมาณต้นทุนของทรัพยากรทั้งหมดจากขั้นก่อนหน้า แล้วกำหนดเป็น Cost Management Plan ที่ระบุรายละเอียดค่าใช้จ่ายอย่างชัดเจน รวมถึงวิธีบริหารจัดการในกรณีที่ ต้นทุนจริงต่างจากที่ประมาณการไว้

สิ่งที่ควรมีประกอบการประมาณการต้นทุน 3 อย่าง:

  1. หลักเกณฑ์พื้นฐานและ ข้อสมมติฐาน ที่ใช้
  2. รายละเอียด เกี่ยวกับโครงการ
  3. เทคนิค ที่นำมาใช้ในการประมาณการต้นทุน

ประเภทของการประมาณต้นทุน 3 แบบ (ตามความแม่นยำ)

ประเภทAccuracyใช้เมื่อไหร่
1. Rough Order of Magnitude (ROM)
ประมาณคร่าวๆ หยาบๆ กว้างๆ
-25%, +75% ช่วงเริ่มต้นของโครงการ ใช้เพื่อการตัดสินใจระดับสูงว่าโครงการเป็นไปได้ทางการเงินหรือไม่
2. Budgetary Estimate
ประมาณในลักษณะงบประมาณ จัดสรรเงินทุนให้กิจกรรม
-10%, +25% Intermediate Estimate (โครงการนิยามได้จำกัด), Preliminary Estimate (นิยามครึ่งทาง มี detailed scope), Substantive Estimate (หลังกำหนด objectives และ deliverables แล้ว)
3. Definitive Estimate
ประมาณการช่วงสุดท้าย
-5%, +10% เมื่อ scope และ tasks ของโครงการถูกนิยามเกือบสมบูรณ์แล้ว
ค่าประมาณกลาง (0%) ROM -25% ถึง +75% Budgetary -10% ถึง +25% Definitive -5% +10% ยิ่งโครงการนิยามชัดขึ้น ช่วงความคลาดเคลื่อนยิ่งแคบ
ความแม่นยำของการประมาณการทั้ง 3 แบบ

เทคนิคและวิธีประมาณการต้นทุน 4 วิธี

เทคนิคทำอย่างไรข้อดีข้อจำกัด
Top-Down Estimate ใช้ข้อมูลต้นทุนจริงในอดีต หรืออ้างอิงจากโครงการที่คล้ายคลึงกันเป็นพื้นฐาน ง่าย ประหยัดเวลาและทรัพยากร แม่นยำน้อย ต้องอาศัยผู้เชี่ยวชาญ
Bottom-up Estimate ประมาณต้นทุนแต่ละกิจกรรมย่อย แล้วรวมเป็นต้นทุนรวมของโครงการ แม่นยำมากที่สุด (ขึ้นกับขนาดกิจกรรมและประสบการณ์ผู้ประมาณ) ต้องอาศัยสมาชิกแต่ละส่วนงานช่วยประมาณการ
Parametric Modeling แตกงานเป็นหน่วย (Work Unit) คำนวณต้นทุนต่อหน่วย เช่น ค่าแรงต่อวันของโปรแกรมเมอร์, ภาษาที่ใช้, ความซับซ้อน, จำนวน LOC, ระดับความชำนาญ — เช่น COCOMO แม่นยำและน่าเชื่อถือมากที่สุด เหมาะสำหรับโครงการ IT หรือซอฟต์แวร์
Three Points Estimate ใช้สูตรคณิตศาสตร์อ้างอิงหลักความน่าจะเป็น จาก 3 มุมมอง: Optimistic cost, Pessimistic cost, The most probable cost รองรับความไม่แน่นอน ต้องประมาณ 3 ค่าให้สมเหตุสมผล
ค่าใช้จ่ายมักถูกประมาณออกมาตาม WBS และตาม เดือน โดยอาจเริ่มจาก Man-hour หรือ Man-day แล้วแปลงเป็นตัวเงิน

ข้อควรสังเกต 4 ข้อของการประมาณการค่าใช้จ่าย

  1. ค่าใช้จ่ายสำหรับโครงการใหญ่เป็นงานซับซ้อน ต้องทำอย่างรวดเร็ว ก่อนที่จะได้ความต้องการที่ชัดเจน
  2. ถ้าองค์กรมีเทคนิคบริหารโครงการที่ดีและระบบเก็บข้อมูล ข้อมูลเหล่านี้จะช่วยปรับปรุงการประมาณการ การอบรมคนไอทีให้ดูแลค่าใช้จ่ายจะช่วยได้
  3. คนส่วนใหญ่ประมาณการค่าใช้จ่ายไว้ต่ำ โครงการใหญ่จึงควรมีค่าใช้จ่ายพิเศษสำรองไว้สำหรับการบูรณาการและการทดสอบ
  4. ค่าประมาณการช่วยให้ชนะการประมูลหรือได้รับเงินสนับสนุน PM จึงอาจต้องใช้ ทักษะการต่อรองและความเป็นผู้นำ เพื่อยืนยันค่าประมาณการที่ถูกต้อง

3. Cost Budgeting — การจัดทำงบประมาณต้นทุน

จัดสรรต้นทุนทั้งหมดที่ประมาณการไว้ไปยังกิจกรรมย่อยทุกกิจกรรม ตาม WBS และตารางกำหนดเวลา
WBS จะถูกพัฒนาต่อไปเป็น Cost Breakdown Structure (CBS) หรือจัดทำเป็นงบประมาณที่แสดงช่วงระยะเวลาดำเนินโครงการ เรียกว่า Cost Baseline

WBS CBS Cost Breakdown Structure Cost Baseline งบตามช่วงเวลา Cost Control PM นำ Cost Baseline ไปวัดและตรวจสอบการบริหารต้นทุนของแต่ละกิจกรรม
จาก WBS สู่ CBS และ Cost Baseline

รูปแบบการจัดทำงบประมาณ 2 แบบ

By Time PeriodBy Cost Types
จัดกลุ่มตาม เวลา — เดือน สัปดาห์ หรือไตรมาส มักแสดงพร้อม Gantt Chart หรือคำนวณตามแต่ละขั้นตอนของ Work Flow เพื่อให้ได้งบรวมตลอดโครงการ จัดกลุ่มตาม ประเภทค่าใช้จ่าย — เป็นแบบที่ นิยม เพราะช่วยระบุต้นทุนหลักที่กระทบภาพรวม เหมาะกับโครงการที่ต้องการจัดการองค์ประกอบของต้นทุนและ หาวิธีลดต้นทุน

ปัจจัยที่ต้องระบุในการจัดทำงบประมาณ 3 อย่าง

ปัจจัยตัวอย่างมิติ
Cost Driversitems, units, specific works or servicesต้นทุนในมิติของ Unit Cost จาก Task ย่อย
Amountnumbers of items, amounts of materials, amounts of work timeต้นทุนในมิติของจำนวนครั้งโดยเฉลี่ย และ Stations ที่ต้องผ่าน
Overhead / Hidden Costต้นทุนที่ไม่ให้ value โดยตรง แต่มีผลต่อกระบวนการทำงานโดยอ้อมต้นทุนทางอ้อม หรือ ค่าโสหุ้ย

ประเภทต้นทุนที่มักใช้จัดกลุ่มงบประมาณ

4. Cost Estimating vs Cost Budgeting

Cost EstimatingCost Budgeting
  • A forecast of the cost of completing the project หรือ approximate total project cost
  • ควรเป็น complete list of all possible job expenses
  • ใช้ตัดสินว่าโครงการ feasible หรือไม่
  • จำเป็นเพื่อ เตรียม cost baseline
  • สร้างจาก schedule + cost estimates
  • แสดงจำนวนเงินที่เราวางแผนจัดสรรให้โครงการในที่สุด
  • เป็นภาพรวมต้นทุนทั้งหมด จากมุมมอง periodic และ total
"Make your cost estimate before your cost budget."

ตัวอย่างจากสไลด์

Cost estimate ของผู้รับงานจัดสวน = $5,812.40
เพื่อเผื่อ budget variance (การเปลี่ยนแปลงที่ไม่ได้วางแผนในต้นทุนจริง) จึงตั้ง Total Cost Budget: $6,200

Week 1: 2,100
Week 2: 2,400
Week 3: 1,700
------------------
รวม     6,200

5. Cost Control — การควบคุมต้นทุน

ประกอบด้วยกิจกรรม: ติดตามการใช้จ่ายเงิน, ทบทวนการเปลี่ยนแปลง, และแจ้ง stakeholders ถึงการเปลี่ยนแปลงที่มีผลต่อค่าใช้จ่าย

ข้อมูลที่จำเป็นต้องใช้ 4 อย่าง:

  1. Cost Baseline
  2. แบบรายงานผลปฏิบัติงาน — ทำให้ทีมมีค่าประมาณการต้นทุนและงบประมาณที่ทบทวนแก้ไขใหม่แล้ว
  3. ข้อมูลการขอเปลี่ยนแปลงโครงการ
  4. Cost Management Plan
การบริหารมูลค่าที่ได้รับ (Earned Value) เป็นวิธีสำคัญที่ใช้วัดผลการดำเนินโครงการ — เรียนต่อใน Unit 9

6. Cost Multiplier — การแตกตัวคูณงบประมาณ

การแตกตัวคูณงบประมาณ = การแจกแจงรายละเอียดค่าใช้จ่ายแต่ละกิจกรรม โดยนำ จำนวนหน่วย (Quantity) × ราคาต่อหน่วย (Unit Cost) × ความถี่หรือระยะเวลา (Frequency/Time) เพื่อให้ได้วงเงินที่ โปร่งใส ตรวจสอบได้ และนำไปขอทุนหรืองบประมาณได้แม่นยำ

ช่องใส่อะไร
หมวดรายจ่ายแบ่งตามประเภทค่าใช้จ่าย เช่น ค่าตอบแทน ค่าใช้สอย ค่าวัสดุ ค่าครุภัณฑ์
รายการย่อยชื่อสิ่งของหรือกิจกรรมให้ชัดเจน เช่น ค่าจ้างทำของ ค่าเดินทาง ค่าแปลเอกสาร
จำนวนหน่วย ยูนิต หรือปริมาณทรัพยากร เช่น จำนวนคน จำนวนชิ้น จำนวนครั้ง
อัตราต่อหน่วยราคาต่อหน่วยตามราคามาตรฐาน 1 หน่วย ตามระเบียบราชการหรือท้องตลาด
ความถี่ตัวคูณด้านเวลาหรือความถี่ เช่น จำนวนวัน เดือน หรือชั่วโมงที่ปฏิบัติงาน

ตัวอย่างแตกตัวคูณ

ค่าตอบแทน / ค่าจ้างโปรแกรมเมอร์
   2 คน × 1,500 บาท/วัน × 20 วัน  =  60,000 บาท

ค่าใช้สอย / ค่าเดินทางเก็บ requirement
   3 คน × 800 บาท/ครั้ง × 4 ครั้ง  =   9,600 บาท

ค่าวัสดุ / ค่าเอกสารคู่มือ
   50 เล่ม × 120 บาท × 1 ครั้ง     =   6,000 บาท
--------------------------------------------------
รวม                                   75,600 บาท

หมวดงบค่าใช้จ่ายตามเกณฑ์ราชการ

หมวดครอบคลุม
งบดำเนินงานรายจ่ายเพื่อดำเนินโครงการ ได้แก่ ค่าจ้าง ค่าใช้สอย ค่าวัสดุ รวมถึงรายจ่ายอื่นที่กำหนดให้จ่ายจากงบนี้ เช่น ค่าสาธารณูปโภค
งบลงทุนรายจ่าย ค่าครุภัณฑ์ สิ่งก่อสร้าง และรายจ่ายอื่นที่กำหนดให้จ่ายในลักษณะงบลงทุน